
"เจ้าเป็นเมียหลวงของข้า... ไยจึงมิยอมมองหน้าผัวเจ้าเล่า"
"เจ้าเป็นเมียหลวงของข้า... ไยจึงมิยอมมองหน้าผัวเจ้าเล่า"
ตัวละครทุกคนในเรื่องนี้อายุเกิน 18 ปีบริบูรณ์
เรือนหลวงอินทรอาญา ริมคลองบางหลวง ฝั่งธนบุรี — พ.ศ. ๒๓๘๗
คำให้การ อีนิ่ม บ่าวในเรือน · ให้ไว้ต่อหน้าเจ้าเรือน ณ หอกลาง แรม ๗ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีมะโรง
ค่ำวันนั้นน้ำขึ้นจนท่วมนอกชาน คุณหญิงถือหนังสือที่ท่านส่งมาจากเมืองจันทบูรลงไปที่ท่าน้ำแต่ผู้เดียว
อีนิ่มตามไปห่าง ๆ เห็นคุณหญิงยืนอ่านอยู่ใต้ตะเกียงจนน้ำมันหมด แล้วกระดานท่าลื่น คุณหญิงพลัดตกลงไปทั้งอย่างนั้น
ฉุดขึ้นมาได้ ผ้านุ่งเปื้อนเลือดปนน้ำคลอง ลูกในท้องห้าเดือนไม่อยู่แล้ว หมอยาว่าชีพจรขาดไปครู่หนึ่งก่อนจะกลับมาเอง
วันที่สาม คุณหญิงลืมตาขึ้น แล้วถามอีนิ่มว่า “นี่ปีอะไร” ด้วยเสียงที่มิใช่เสียงคนที่พูดกับอีนิ่มมาห้าปี
แล้วถามต่อว่าใครเป็นคนเอานางขึ้นมาจากน้ำ อีนิ่มกราบเรียนตามตรงว่าคำที่คุณหญิงพูดวันนั้น อีนิ่มฟังไม่ออกอยู่หลายคำ
ข้าน้อยให้การเท่านี้ ผิดถูกแล้วแต่เจ้าเรือนจะชำระ
ใบให้การนี้ยังอยู่ในหีบไม้ที่หัวนอนเจ้าเรือน ไม่ได้ส่งขึ้นศาล และเจ้าเรือนยังไม่เคยถามคุณหญิงสักคำเดียว
คนที่ลืมตาขึ้นในร่างนั้นคือเจ้า — ผู้หญิงจากอีกร้อยแปดสิบปีข้างหน้า ที่ได้ความทรงจำของเมียหลวงคนเดิมมาครบทุกวัน รวมทั้งวันที่นางตาย
สารตราท่านเจ้าคุณผู้บังคับบัญชา ถึงหลวงอินทรอาญา · ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีมะโรง
ด้วยสำนวนความเมืองสมุทรปราการซึ่งเจ้าถือชำระอยู่นั้น ให้ตัดชื่อผู้ต้องหาที่ ๔ ออกเสียจากสำนวน
แล้วรับตัวบุตรีหลวงเทพผู้ต้องรับพระราชอาญา ชื่ออีก้านตอง เข้าไว้ในเรือนเจ้าในฐานะเมียกลางนอก
ผู้ใดในเรือนกล่าวถึงสำนวนความนี้อีก ให้เจ้าเป็นผู้ปรับเอง
รับสารตราแล้วให้ทำหนังสือตอบมาภายในสามวัน
หนังสือตอบของเขามีข้อความบรรทัดเดียวว่า “รับใส่เกล้าฯ ขอรับ” ไม่มีคำค้าน ไม่มีคำอธิบาย
วันที่หนังสือฉบับนี้มาถึงเรือน เมียหลวงท้องได้สี่เดือน และรอเขากลับจากราชการอยู่ยี่สิบเอ็ดวันเพื่อฟังคำอธิบายที่ไม่เคยมี
ข้อบังคับในเรือนนี้ · ลายมือเจ้าเรือน ปิดไว้ที่เสาหอกลาง ลงวันเดียวกับที่คุณหญิงฟื้น
๑ เรื่องที่เสียไปเมื่อเดือน ๑๒ ห้ามผู้ใดในเรือนนี้เอ่ยถึงอีก
๒ ห้ามผู้ใดถือโทษแม่ก้านตอง ความนั้นข้าชำระเองแล้วว่าไม่มีผู้ใดผิด
๓ ผู้ใดจะออกนอกรั้วเรือน ให้บอกเจ้าเรือนก่อนทุกครั้ง
๔ ในเรือนนี้ ถ้อยคำของเจ้าเรือนคือคำตัดสิน จะอุทธรณ์ต่อผู้ใดอีกมิได้
๕ ผู้ใดฝ่าฝืนข้อ ๑ ถึง ๔ ให้เจ้าเรือนปรับตามลักษณะ — เว้นแต่คุณหญิง โทษของคุณหญิง เจ้าเรือนจะรับเอาไว้เอง
ตามพระอัยการลักษณะผัวเมือง เมียหลวงมีสิทธิ์เหนือเมียกลางนอกทุกข้อ กินข้าวสำรับเดียวกับผัว นั่งข้างขวาเสมอ และห้ามผู้ใดกล่าวคำหยาบใส่
เจ้าถือสิทธิ์นั้นอยู่เต็มมือตั้งแต่วันที่ลืมตา ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนยุคนี้เขาถือกันยังไง
คัดจากเรือนไว้ให้เจ้าได้เท่านี้ ที่เหลือเจ้าต้องอยู่ให้ครบเดือนแล้วถามจากปากเขาเอาเอง
[วันพฤหัสบดี | แรม ๑๐ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีมะโรง | เวลาบ่ายสามโมง | หอนอนคุณหญิง เรือนหลวงอินทรอาญา]
[สถานะอารมณ์ — โล่งที่เมียฟื้น, ห่วงก้านตองที่ร้องไม่หยุด, ไม่อยากพูดเรื่องลูก]
กลิ่นยาต้มขมอบอยู่ในห้องมาสามวันจนติดผ้าห่ม
เปลือกตาหนักเหมือนมีคนกดไว้ เจ้าค่อย ๆ ลืมมันขึ้น
เพดานไม้สักที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตจริง แต่จำได้ทุกลายเสี้ยน
เสียงผู้หญิงสะอื้นอยู่ปลายเตียง
ก้านตองนั่งพับเพียบอยู่กับพื้น มือกำผ้าเช็ดหน้าจนยับ
และผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างนางคือคนที่เจ้าเห็นหน้าเขาชัดที่สุดในความทรงจำของคนอื่น
มือใหญ่ตบหลังนางเบา ๆ สองครั้ง แบบคนที่ไม่ถนัดปลอบใคร
น้ำเสียงต่ำ เรียบ ไม่ขึ้นไม่ลง
ก้านตองยิ่งร้องหนักกว่าเดิม
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง
ประโยคนั้นตกลงมาบนคนที่นอนอยู่บนเตียงเหมือนของหนัก
เสียงอีนิ่มแหลมขึ้นจากมุมห้อง
ทั้งสองคนหันมาพร้อมกัน
เขาลุกทันที ผละจากก้านตองโดยไม่ทันคิด
ฝ่ามือกร้านมาห่อมือเจ้าไว้ แน่นกว่าที่ควรจะเป็น
เขาถอนหายใจยาว เหมือนวางของหนักลงจากบ่า
ใต้ตาคล้ำ ผ้าคาดพุงยังไม่ได้เปลี่ยนจากชุดที่ใส่ลงเรือมาจากจันทบูร
เจ้าไม่ตอบ
เจ้าแค่มองหน้าเขา แล้วเลื่อนสายตาไปที่ผู้หญิงที่ยังนั่งอยู่ปลายเตียง
เขาเข้าใจว่านั่นคืออาการของคนเพิ่งเสียลูก
มือเขากระชับขึ้นเล็กน้อย
เขาหยุด แล้วเลือกใช้คำแบบเดียวกับที่ใช้ในศาล
ดวงตาที่เคยชั่งน้ำหนักคนมาทั้งชีวิตจับจ้องมาที่หน้าเจ้า
เขาพูดเหมือนกำลังมอบของขวัญ
โดยไม่รู้เลยว่าผู้หญิงที่กำลังมองเขาอยู่ตอนนี้ มิใช่เมียของเขาอีกต่อไปแล้ว
สมัครฟรี · ไม่ต้องผูกบัตร