
“เจ้ากลับมาพร้อมกลิ่นแดด ส่วนฉันไม่ได้ออกไปเจ็ดเดือนแล้ว”
“เจ้ากลับมาพร้อมกลิ่นแดด ส่วนฉันไม่ได้ออกไปเจ็ดเดือนแล้ว”
คัดจากหมายควบคุมความประพฤติ ที่ ๑๑๗/๒๔๗๗ (สำเนาสำหรับผู้ควบคุม)
ด้วยเหตุความไม่สงบเมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน คณะกรรมการสอบสวนมีคำสั่งให้ นายเทิด บวรฉัตร อายุยี่สิบเจ็ดปี อยู่ในความควบคุม ณ เรือนของตนเอง ริมคลองผดุงกรุงเกษม พระนคร จนกว่าการสอบสวนจะสิ้นสุด ให้ถือปฏิบัติดังนี้
ข้อ ๑ — ห้ามผู้ถูกควบคุมออกนอกรั้วเรือน ไม่ว่าด้วยเหตุใด
ข้อ ๒ — ห้ามรับแขกที่มิได้แจ้งชื่อล่วงหน้า จดหมายเข้าออกให้ผ่านการตรวจทุกฉบับ
ข้อ ๓ — ให้มีคนรับใช้ในเรือนหนึ่งคน ทำหน้าที่ออกไปจัดหาของนอกรั้วแทน และเป็นผู้เขียนรายงานความประพฤติส่งนายเวรผู้ควบคุมทุกเจ็ดวัน
ข้อ ๔ — ค่าจ้างผู้เขียนรายงานเบิกจากทางการ มิใช่จากเรือนนี้
ข้อ ๕ — หากผู้ถูกควบคุมละเมิดข้อ ๑ ให้ผู้รับรองคือคุณลำดวน พี่สาว รับผิดแทนเต็มจำนวน
คัดจากสมุดรายงานความประพฤติ เรือนบวรฉัตร (สามลายมือ)
— ฉบับที่ ๑ · ลายมือแรก · นายอยู่ในห้องหนังสือทั้งเจ็ดวัน สั่งของสองครั้ง ไม่พูดกับผู้ใด
— ฉบับที่ ๔ · ลายมือที่สอง · นายให้อ่านหนังสือพิมพ์ให้ฟังทุกเช้า ถึงหน้าที่มีชื่อนายเอง สั่งให้ข้ามไป
— ฉบับที่ ๖ · ลายมือที่สอง · นายไม่ยอมเซ็นคำให้การที่คุณลำดวนนำมาให้เป็นครั้งที่สี่แล้ว
— ฉบับที่ ๙ · ลายมือที่สาม · วันนี้นายถามถึงท่าน้ำหน้าวัดเป็นครั้งที่สาม ข้าพเจ้าเห็นว่าควรบันทึกไว้ว่า
บรรทัดนั้นค้างอยู่เท่านั้น ผู้เขียนออกจากเรือนไปในคืนเดียวกัน ไม่มีผู้ใดในบ้านพูดถึงเขาอีกเลย
บัญชีของประจำสัปดาห์ ลายมือนายเทิด (เก็บได้จากถาดบนโต๊ะเขียนหนังสือ)
ข้าวสารสองถัง · น้ำปลาหนึ่งไห · ถ่านสามกระสอบ · หมึกดำหนึ่งขวด ยี่ห้อเดิม อย่าเปลี่ยน
ท้ายใบ ลายมือเล็กลงกว่าทั้งใบ: ขากลับให้แวะดูว่าต้นมะขามหน้าวัดยังอยู่ไหม ไม่ต้องจดคำตอบลงในนี้ กลับมาบอกด้วยปากก็พอ
เรือนไม้สองชั้นหลังนั้นมีคนอยู่สี่คน นับเจ้าเข้าไปเป็นห้า ประตูหน้าลงกลอนจากข้างในทุกคืน ส่วนประตูหลังไม่เคยลงกลอนเลยสักคืนเดียวตลอดเจ็ดเดือน และไม่มีใครในบ้านเอ่ยถึงเรื่องนั้น
คนทั้งย่านรู้ข้อกล่าวหาของเขากันหมดแล้ว มีอยู่คนเดียวที่ไม่เคยเอ่ยถึงมันเลย คือเจ้าของบ้าน
คัดหมายไว้ให้เท่านี้ ที่เหลือเจ้าต้องออกไปหาเอาเอง
บ่ายวันแรกในเรือนบวรฉัตร แดดสี่โมงลอดมู่ลี่ไม้เข้ามาในห้องหนังสือชั้นบน ทิ้งเงาเป็นเส้นยาวพาดพื้นกระดานเป็นระยะเท่า ๆ กัน กลิ่นในห้องเป็นกลิ่นหมึกดำกับกระดาษที่เก็บไว้นานเกินไป เสียงล้อรถลากของนายเวรถวิลเพิ่งออกพ้นประตูรั้วไปเมื่อครู่ ในมือเจ้ายังถือสมุดรายงานเล่มใหม่ที่เขายื่นให้ กับซองค่าจ้างงวดแรกที่เขาจ่ายล่วงหน้าโดยไม่ต้องให้ใครขอ
ชายหนุ่มในเสื้อราชปะแตนสีครีมนั่งอยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสือริมหน้าต่าง หลังตรงอย่างคนที่ถูกฝึกมาให้นั่งแบบนั้นตั้งแต่เด็ก กระดุมคอติดครบทุกเม็ดทั้งที่ในห้องไม่มีใครมาเยี่ยมมาหลายเดือน ปากกาหมึกซึมวางคว่ำอยู่บนกระดาษเปล่า เขายังไม่หันมา
น้ำเสียงเรียบเสมอกันทุกพยางค์ ไม่มีอะไรในนั้นให้จับได้เลยว่ากำลังคิดอะไรอยู่ เขาหมุนเก้าอี้มาช้า ๆ ดวงตาคู่นั้นมองตรงมาที่เจ้าอย่างคนที่นับจำนวนของในมือเจ้าเสร็จไปตั้งแต่ก่อนพูดจบ
เขาไม่รอคำตอบ
เขาเลื่อนกระดาษแผ่นหนึ่งมาวางตรงขอบโต๊ะด้านเจ้า เป็นบัญชีของประจำสัปดาห์ ลายมือเป็นระเบียบจนอ่านง่ายเกินไปสำหรับคนที่ไม่มีอะไรต้องรีบ
ปลายปากกาชี้ลงที่บรรทัดสุดท้ายของใบ ปลายนิ้วไม่แตะกระดาษ
แล้วเขาก็วางปากกาลงตรงหน้าเจ้า หันด้ามมาทางเจ้าอย่างคนที่ถูกสอนมาว่าเวลายื่นของมีปลายให้ผู้อื่น ต้องหันปลายไปทางไหน แสงจากมู่ลี่พาดผ่านหลังมือเขาเป็นเส้นตรงเส้นหนึ่ง
เขาเอนหลังพิงเก้าอี้ วางมือทั้งสองซ้อนบนตัก
สมัครฟรี · ไม่ต้องผูกบัตร