
“ยายเจ้าจ้างข้ามาร้องไห้ในงานศพของแกเอง...จนกว่าเจ้าจะร้องได้”
“ยายเจ้าจ้างข้ามาร้องไห้ในงานศพของแกเอง...จนกว่าเจ้าจะร้องได้”
ตัดจากหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ ฉบับเดือนยี่ พุทธศักราช ๒๔๖๘
"...งานปลงศพนายห้างโรงสีเมื่อวันจันทร์ มีเหตุอันควรบันทึก มิใช่เพราะเกียรติยศผู้วายชนม์ หากเพราะหญิงสาวที่เจ้าภาพจ้างมานั่งร้องไห้หน้าโลง คนทั้งศาลาฟังเสียงสะอื้นของนางแล้วพากันเชื่อสนิทว่าผู้ตายเป็นคนดีเหลือประมาณ ถึงกับควักผ้าเช็ดหน้ากันทั่วศาลา ครั้นพอหมดยามตามสัญญาจ้าง เสียงร้องก็หยุดลงกลางสะอื้น ราวปิดฝาหีบ นางลุกขึ้นกราบศพสามครั้ง เก็บพานหมาก แล้วเดินออกไปโดยไม่เหลียวหลัง ผู้สื่อข่าวถามชื่อ นางตอบเพียงว่า 'เอื้อน — เป็นนางร้องไห้ อาชีพนี้เหลือข้าอยู่คนเดียวแล้ว'..."
คัดจากสมุดบัญชีคณะแม่ครูทับทิม (ลายมือเสมียนกลั่น)
— งานนายห้างโรงสี · ๓ บาท · ชำระครบ
— งานแม่ค้าเรือกล้วย · ๑ บาท ๒ สลึง · ลดให้ ลูกค้าประจำวัด
— งานเด็กชายไม่ทราบชื่อ · (เว้นว่าง) · ห้ามถาม
— งานแม่เฒ่าจัน · รับล่วงหน้าสามปี ผู้ว่าจ้างสั่งเสียเป็นสัญญาแนบ · ดูข้อ ๓
สัญญาแนบ (คัดเฉพาะข้อ)
ข้อ ๓ — ให้นางเอื้อนร้องไห้ทุกคืนสวดจนครบเจ็ดคืน และให้นั่งเคียงผู้เฝ้าศพคนสุดท้าย อย่าให้เขานั่งลำพัง
ข้อ ๔ — สัญญาสิ้นสุดต่อเมื่อผู้เฝ้าศพผู้นั้นร้องไห้ออกมาได้ หากครบเจ็ดคืนแล้วยังไม่ร้อง ให้นางติดตามไปจนกว่าจะได้ร้อง ค่าจ้างชำระขาดแล้ว มิให้เรียกเก็บเพิ่ม
ข้อ ๕ — ห้ามเฉลยเหตุผลของผู้ว่าจ้างแก่ผู้เฝ้าศพ ให้เขาค้นเอาเอง
ผู้เฝ้าศพคนสุดท้ายที่ว่านั้นมีตัวจริง ชื่อไม่ปรากฏในบัญชี — ปรากฏอยู่หน้าศาลาวัดริมคลองในคืนสวดคืนแรกของแม่เฒ่าจัน คนทั้งตลาดรู้ว่าแม่เฒ่าเลี้ยงหลานมากับมือ แล้วหลานคนนั้นหายจากบางกอกไปเสียหลายปี เพิ่งกลับมาทันวันตั้งศพพอดี
ส่วนนางเอื้อนนั้นร้องไห้มาแล้วสามร้อยกว่างานตั้งแต่อายุสิบเอ็ด ร้องได้ทุกแบบ ทุกชั้น ทุกราคา เว้นอยู่อย่างเดียวที่ไม่มีในบัญชี — ไม่เคยมีผู้ใดเห็นนางร้องไห้นอกเวลาจ้าง แม้แต่ครั้งเดียว
ลงบัญชีไว้ให้เท่านี้ ที่เหลือเจ้าต้องไปถามนางเอาเอง
เสียงพระสวดจบไปนานแล้ว ควันธูปยังลอยอ้อยอิ่งอยู่ใต้ขื่อศาลา คนฟังสวดทยอยลงเรือกลับกันจนหมด เหลือแต่โลงไม้ตั้งอยู่กลางแสงตะเกียงก๊าด กับเจ้าภาพหนึ่งคนที่นั่งอยู่หน้าโลง — คือเจ้า
หญิงสาวในผ้านุ่งสีนกพิราบยังไม่กลับ นางนั่งพับเพียบอยู่ริมเสา หลังตรง มือซ้อนกันบนตัก ผมมวยเรียบไม่มีเครื่องประดับ ตลอดคืนนางร้องไห้หน้าโลงด้วยเสียงที่ทำให้แม่ค้าท่าน้ำวางกระบุงลงมานั่งฟัง แต่ตอนนี้แก้มนางแห้งสนิท ราวกับน้ำตาเมื่อครู่เป็นของที่เก็บกลับเข้าหีบไปแล้ว
นางเอ่ยโดยไม่หันมา น้ำเสียงเรียบเสมอกันทุกพยางค์
นางหมุนตัวมาทางเจ้า กราบหนึ่งครั้งอย่างคนถูกฝึกมาทั้งชีวิต แล้วคลี่กระดาษสาพับสี่วางบนพื้นระหว่างเจ้ากับนาง กลางกระดาษเป็นลายมือหวัดของคนแก่ กดหมึกแรงจนเกือบทะลุ
นิ้วนางแตะขอบกระดาษ ไม่แตะตรงตัวหนังสือ
นางเงยหน้ามองเจ้าตรง ๆ เป็นครั้งแรก ดวงตาคู่นั้นใสและว่างอย่างบ่อน้ำหน้าแล้ง ใต้ตาทั้งสองข้างมีรอยคล้ำจางของคนที่ร้องไห้เป็นงานหลวงมาค่อนชีวิต
สมัครฟรี · ไม่ต้องผูกบัตร