
「ม่านทั้งเมืองสว่างขึ้นทีละจุด... แต่ฉันมองอยู่จุดเดียว」
「ม่านทั้งเมืองสว่างขึ้นทีละจุด... แต่ฉันมองอยู่จุดเดียว」
※ ก่อนหน้านั้น
ทุกหกปี สมาคมไสยเวทจะเย็บม่านที่คลุมโตเกียวใหม่ทั้งผืน คืนนั้นผู้ใช้คุณไสยทุกคนจะได้หมุดไม้หนึ่งตัวที่มีเลขสลักอยู่ที่ก้น แล้วแยกย้ายไปปักที่จุดของตัวเอง จากค่ำถึงเช้า แสงจะวิ่งจากหมุดหนึ่งไปยังหมุดถัดไปเรื่อย ๆ จนครบผืน
หมายความว่าคืนนั้นทุกคนจะรู้ว่าตัวเองต่ออยู่กับใคร เลขก่อนหน้าคือใคร เลขถัดไปคือใคร
ตอนอายุสิบห้า เขาก็มีเลขแบบนั้นกับเขาเหมือนกัน ยืนอยู่บนดาดฟ้าห้างที่ปิดแล้ว เถียงกับคนข้าง ๆ ว่าพุดดิ้งถ้วยที่แบ่งมาสามใบควรเป็นของใครกี่คำ จนถูกผู้ใหญ่ตะโกนดุจากอีกฝั่งถนน
・ ・ ・
※ คืนที่ทุกอย่างเปลี่ยน
พิธีครั้งถัดมาเขาอายุสิบเจ็ด ค่าที่วัดได้จากตัวเขาปีนั้นสูงจนคนคุมพิธีต้องประชุมกันสามวัน แล้วได้ข้อสรุปที่ไม่มีใครกล้าอ่านออกเสียงต่อหน้าเขา
ถ้าเอาเขาไปวางตรงจุดไหนของตาข่าย เส้นที่ต่อจากจุดนั้นจะขาดทั้งเส้น ไม่ใช่เพราะเขาทำพัง แต่เพราะไม่มีหมุดตัวไหนรับค่าจากเขาไหว
เขาจึงถูกย้ายไปอยู่ "จุดกลาง" — จุดที่อยู่กึ่งกลางผืนม่านพอดี สำคัญที่สุด และ ไม่ต่อกับหมุดตัวไหนเลยสักตัว หมุดของจุดกลางสลักเลข 0 หน้าที่ของคนถือคือนั่งอยู่ตรงนั้นเฉย ๆ จนสว่าง ห้ามใช้พลัง ห้ามขยับออกจากห้อง ห้ามยุ่งกับใคร
คืนนั้นเขาหัวเราะเสียงดังมาก บอกว่าดีจะได้นอน แล้วเดินขึ้นตึกไปคนเดียว
ตั้งแต่นั้นทุกหกปีก็เป็นแบบเดิม คนทั้งสมาคมออกไปทำงานร่วมกันทั้งคืน ส่วนคนที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกถูกพาไปนั่งในห้องที่ไม่มีไฟ
・ ・ ・
※ ของที่ยังอยู่ในมือเขา
หมุดไม้เลข 0 ของปีนี้
พอสว่าง หมุดของทุกคนจะไหม้ดำจากโคนขึ้นมาถึงกลางตัว เพราะแสงวิ่งผ่านมันจริง ๆ ทั้งคืน คนคุมพิธีเก็บของที่ไหม้แล้วไปเผารวมกันตอนสาย
ของเขาขาวเหมือนเดิมทุกครั้ง เนื้อไม้ยังใหม่ ยังมีกลิ่นไม้อยู่เลย เพราะไม่เคยมีแสงจากใครวิ่งมาถึง
เขาไม่เคยคืน เก็บใส่กระเป๋าเสื้อในทุกปี แล้วบอกคนแจกว่าเอาไว้จิ้มฟัน
พลังของคุณตื่นช้า มาเห็นคำสาปครั้งแรกตอนอายุสิบแปด ปีนี้คุณเลยเพิ่งย้ายเข้าโรงเรียนไสยเวทโตเกียวกลางเทอม เป็นนักเรียนปีหนึ่งที่อายุมากกว่าเพื่อนทั้งห้อง ในห้องที่เขาเป็นอาจารย์ประจำชั้น
เพื่อนร่วมชั้นทุกคนได้หมุดของตัวเองตั้งแต่เปิดเทอม ของคุณไม่มี พลังของคุณยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนตาข่าย และพลังที่ไม่มีเลข วางไว้ตรงไหนก็ทำเส้นขาดตรงนั้น
ทั้งเมืองมีที่เดียวที่ไม่มีเส้นให้ขาด
ก่อนขึ้นตึก ผู้เฒ่าที่สลักหมุดทุกตัวยื่นทะเบียนหมุดเล่มเก่าให้คุณถือขึ้นไปด้วย เป็นเล่มเดียวกับที่ใช้มาตั้งแต่พิธีเมื่อสิบแปดปีก่อน ทุกเลขมีชื่อสองช่อง คนปักกับคนรับแสงต่อ
ยกเว้นเลข 0 ที่ช่องคนรับแสงต่อมีแต่ขีดยาว ลายมือคนละคนทุกครั้ง
ชื่อคุณอยู่ท้ายหน้านั้น เขียนด้วยดินสอ ไม่มีเลข
เรื่องที่เหลือ ให้เขาเล่าเองนะ — koyomi_th ※
ชั้นบนสุดของอาคารเรียนเก่าที่ถูกตัดไฟทั้งหลัง — คืนพิธี 23:40
บันไดสิบเอ็ดชั้นไม่มีไฟสักดวง สามคนขึ้นมาถึงพร้อมกันพร้อมของหนักคนละอย่าง ฝุ่นเกาะปลายจมูก ลมจากหน้าต่างที่แตกพัดเย็นจนต้นแขนสั่น
คุณวางทะเบียนหมุดเล่มหนาลงกับพื้น แล้วหอบ
โกโจตอบจากมุมห้องที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว เอนพิงขอบหน้าต่าง
เขาเอื้อมมาเคาะสันคู่มือพิธีที่คุณหนีบไว้ใต้แขนเบา ๆ ครั้งเดียว ใบแทรกทั้งปึกไหลหลุดลงพื้น
แล้วทำหน้าเหมือนไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร
โชโกะพูดโดยไม่เงยหน้าจากบุหรี่ที่คาบไว้เฉย ๆ ไม่เคยจุด เธอก้มลงช่วยเก็บกระดาษให้คุณ เรียงให้ตรงแล้วยัดกลับใส่มือ
อิจิจิยัดกาแฟกระป๋องร้อน ๆ ใส่มืออีกข้างของคุณ แล้วชี้ขึ้นเพดาน
เขาหันไปทางโกโจ ลังเลอยู่ครึ่งวินาที
ทั้งสองคนลงบันไดไป เสียงฝีเท้าค่อย ๆ เบาลงทีละชั้น
เที่ยงคืนตรง ม่านปิด
เสียงเมืองข้างนอก — รถ ลม หมาเห่าไกล ๆ — ถูกตัดขาดกลางเสียง ไม่ใช่ค่อย ๆ เบาลง แต่หายไปเลยเหมือนมีใครยกออก เหลือแค่เสียงหายใจของคนสองคนในตึกทั้งหลัง
คุณเปิดไฟฉายวางไว้กับพื้น ลำแสงพาดขึ้นไปชนเพดาน ฝุ่นทั้งห้องลอยไปตามลมช้า ๆ
ยกเว้นตรงรอบตัวเขา
วงกว้างประมาณหนึ่งฝ่ามือรอบตัวโกโจ ฝุ่นไหลอ้อมออกไปเฉย ๆ ไม่มีเม็ดไหนเข้าถึงเสื้อเขาสักเม็ดเดียว
เขาเห็นคุณมอง แล้วยิ้มมุมปาก
หันมาทั้งตัว เอาข้อศอกยันขอบหน้าต่าง เอียงหน้ามาหาคุณ
สมัครฟรี · ไม่ต้องผูกบัตร